ใครบางคนจากบนฟ้า 1
posted on 20 Aug 2007 17:25 by mee-teukieluv in fictionเป็นฟิคเรื่องแรกที่เขียนนะคะ
คืออ่านของคนอื่นมาเยอะเลยอยากเขียนในแนวที่ตัวเองชอบดูบ้าง
ลองอ่านกันดูนะคะว่าจะชอบกันรึเปล่า
...........................................................................................
ใครบางคนจากบนฟ้า
ผมนั่งมองดูผู้คนเดินกันขวักไขว่ไปมา ความวุ่นวายของชีวิตคนในเมืองหลวงมันน่าปวดหัวจริงๆ
ครับแต่มันเป็นเรื่องที่ชินชาแล้วครับสำหรับผม
ผมใช้ชีวิตตัวคนเดียวมาตลอดนับตั้งแต่วันที่ผมตัดสินใจหันหลังออกจากบ้านมา
เพื่อให้แม่ได้มีความสุขกับคนที่แม่รัก จนผมได้พบเธอ
ผู้หญิงที่เป็นดังแสงสว่างในชีวิตของผม ผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ผมรัก
และหวังที่จะใช้ชีวิตที่เหลือร่วมกับเธอ
แต่ก็เป็นผมเองแหละครับ ที่เป็นคนทำลายความหวังนั้นลงกับมือของผมเอง
ผมสูญเสียเธอไปแล้วและเธอก็จะไม่มีทางกลับมาหาผมได้อีก
ผมเจ็บและจะไม่มีวันให้อภัยตัวเอง
ทุกวันนี้ ผมก็ยังคงมีชีวิตอยู่ ใช้ชีวิตไปวันๆ ไม่รู้ว่าจะอยู่เพื่อใคร
เช้าตื่น ไปทำงาน เย็นกลับบ้าน กินข้าว ดูทีวี แล้วนอน
เสาร์อาทิตย์ ผมก็จะนอน นอนแล้วก็นอน
ผมรู้ตัวครับว่าผมไม่อยากตื่นขึ้นมาพบความจริงอันโหดร้าย
ความจริงที่ว่าผมไม่มีเธอคนนั้นอยู่เคียงข้างอีกต่อไปแล้ว
ชีวิตผมก็ดำเนินอย่างนี้มานาน จนผมรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องปกติไปแล้วละครับ
จนวันนึง ชีวิตผมก็เปลี่ยนไป
หลังจากฝ่าฝูงชนที่แออัด กว่าผมจะเดินทางกลับมาถึงอพาร์ทเม้นต์เล็กๆของผม
ก็ทำให้ผมเหนื่อยพอดูละครับ แต่ช่างมันเถอะครับผมชินซะแล้ว มันก็เป็นแบบนี้อยู่ทุกๆวันนี่นา
ขณะที่ผมกำลังก้มลงหากุญแจห้องในกระเป๋า ผมก็เห็น
อืม กองอะไรซักอย่างตรงหน้าห้องผม
เมื่อผมเดินเข้าไปใกล้ๆ เป็นคนครับ ใครก็ไม่รู้มานอนขวางประตูผมอยู่
ผมจึงก้มลงสะกิดเบาๆ แต่ ไม่ขยับ ผมสะกิดอยู่หลายที จนผมชักหงุดหงิด
จึงเขย่าตัวเขาครับ เขย่าหลายที ทีนี้มีปฏิกิริยาตอบโต้แล้วครับ
แต่เป็นเสียงครางในลำคอและก็บ่นงึมงำ จนผมชักใจคอไม่ดี
เขาตัวร้อนมากๆและเหมือนจะไม่รู้สึกตัวด้วยอะครับ
ผมเลยตัดสินใจ อุ้มเขาเข้าไปในห้องผม
เอาวะ จะช่วยคนทั้งทีหวังว่าคงจะไม่ใช่โจรหรอกนะ
ผมวางเขาลงบนเตียงของผม เอาผ้าขนหนูชุบน้ำมาเช็ดตัวให้
ถึงตอนนี้ผมจึงได้สังเกตครับ
ผมสีน้ำตาลอ่อน ผิวขาวเนียน ริมฝีปากบาง
ไม่อยากจะเชื่อเลยครับว่าเป็นผู้ชาย ให้ตายเหอะ เกิดมาผมก็เพิ่งเคยเห็นผู้ชายหน้าสวยขนาดนี้
สงสัยจะเป็นพวกลูกคุณหนูหนีออกจากบ้านแน่ๆ
เดี๋ยวตื่นขึ้นมาคุยกันคงจะรู้เรื่องอะครับ
พอผมป้อนยาเสร็จก็ปล่อยให้เขาหลับ
ส่วนผม ขอไปอาบน้ำพักผ่อนครับเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว
ผมนอนบนโซฟาในห้องรับแขกครับ รู้สึกกำลังเคลิ้มๆจะหลับ
ก็ต้องตกใจครับ เสียงคนร้องไห้ แล้วก็บ่นงึมงำ อ๊า ผมอยู่ที่นี่มาก็นาน
แต่ไม่เคยเจอปรากฏการณ์เหนือธรรมชาตินะครับ ผมเริ่มกลัวและพยายามข่มตาให้หลับ
โอ๊ย แย่แล้วครับทำไงก็ไม่หลับ เสียงก็ยังได้ยินชัดเลย
ผมตัดสินใจเดินไปหาต้นเสียงครับ กลัวก็กลัว คนมันไม่เคยนี่ครับ บรึ้ยยยยย....
แล้วผมก็รู้แล้วครับเสียงมาจากห้องผมเอง ผมเปิดประตูเข้าไปดู
เห็นเขาละครับ นอนกระสับกระส่าย ไปมา ปากก็บ่นงึมงำ แล้วร้องไห้ด้วย
ผมแตะหน้าผากดู เขาตัวร้อนไข้ขึ้นสูงจนเพ้อครับ
ท่าทางจะแย่แล้ว ผมก็เลยตัดสินใจจะพาเขาไปหาหมอ แต่ต้องเช็ดตัวก่อนเพื่อลดไข้
ขณะที่ผมกำลังง่วนอยู่กับการแกะกระดุมเสื้อ เขาก็คว้าคอผม
ด้วยความที่ผมไม่ได้ระวังตัวจึงล้มลงไปทับเขา แล้วเขาก็กอดผมแน่นเลยครับ
ผมพยายามแกะมือออกก็ไม่เป็นผล ได้ยินเขาเพ้อว่า ขอโทษ ซ้ำไปซ้ำมา
ผมก็เลยกอดเขาไว้ครับ คงจะหนาวมาก และปลอบเขาว่า " ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรนะ"
จนเขาเงียบไป คงจะหลับแล้วละครับ ส่วนผมก็กำลังง่วงได้ที่เลย
เอาวะ ผู้ชายเหมือนกัน นอนกอดกันคงไม่เป็นไรหรอก ก็ผมบริสุทธิ์ใจนี่นา
แล้วผมก็ผลอยหลับไป
ผมสะดุ้งตื่นเพราะนาฬิกาปลุกเจ้ากรรมของผมครับ ผมลุกขึ้นจะไปอาบน้ำ
แต่ก็ต้องสะดุดเพราะว่ามีมือมากอดเอวผมแน่นเลย แล้วผมก็นึกขึ้นได้ครับเหตุการณ์เมื่อคืน
และดูท่าทางเขายังไม่ตื่น แต่สีหน้าดีขึ้นมากแล้ว
อยู่ๆทำไมผมถึงรู้สึกสงสารเขาขึ้นมาก็ไม่รู้ครับ
ผมก็ไม่เข้าใจตัวเองตั้งแต่ที่ช่วยเขาไว้แล้ว เพียงแค่ผมรู้สึกว่าต้องช่วยเขา
ผมเข้าไปอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ออกมาจากห้องน้ำก็เห็นเขางัวเงียคงตื่นแล้วละครับ
เอาละถึงเวลาคุยกันซะที เพราะผมต้องรีบออกไปทำงานแล้วด้วย
"รู้สึกค่อยยังชั่วรึยัง"
"เอ่อ ดีขึ้นมากแล้วครับ ขอบคุณนะครับที่ช่วยผมไว้" เขาตอบผมด้วยน้ำเสียงที่ดูอ่อนล้า
"เดี๋ยว ฉันจะทำอาหารไว้ให้ กินซะแล้วกินยาด้วย ถ้าอาการดีขึ้นแล้วนายจะกลับก็ล็อกประตูไว้ให้ด้วยละกัน" ผมบอกเขาพลางหยิบเอกสารลงกระเป๋า
"เอ่อ ขอผมอยู่กับคุณซักอาทิตย์ได้มั้ยครับ" คำถามที่เขาถามทำให้ผมหันหน้าไปมองเขาคอแทบเคล็ด
"คือผมไม่มีที่ไป จริงๆ " เขาพูดด้วยสายตาสลดลงอย่างเห็นได้ชัด
"แต่เราไม่รู้จักกัน แล้วที่สำคัญ ฉันชอบอยู่คนเดียว" ผมพูดพลางสนใจแต่เอกสารตรงหน้าโดยพยายามไม่ใส่ใจสีหน้า และน้ำเสียงของเขา
"ผมไม่มีที่ ฮึก ปะ ไป อึก จริงๆ"แย่แล้วครับเขาร้องไห้ โอ๊ยผมละปวดหัวเอาไงดีละทีนี้
"นะ ครับ ฮึก ฮือ หะ ให้ผมอยู่ด้วย อึก..ผมจะช่วย ทำงานบ้านนะครับ" เฮ้อเอาสิครับ ต่อมความสงสารของผมกำลังทำงานหนัก
"ก็ได้ แค่อาทิตย์เดียวเท่านั้นนะ" พูดไปก็อยากกัดลิ้นตัวเองจริงๆครับ
"ขอบคุณครับ"เขาขอบคุณแล้วยิ้มหน้าบาน เหมือนเด็กได้ของเล่นถูกใจ เฮ้อเปลี่ยนอารมณ์ได้เร็วจริงๆ
แต่รอยยิ้มของเขาทำไมมันถึงได้สดใสขนาดนั้นละครับ ผมรู้สึกไม่ชอบเอาซะเลย
มันรู้สึกแปลก ยิ่งมองเห็นลักยิ้มตรงแก้มซ้ายนั่นอีก มันหงุดหงิดครับ
อาจเป็นเพราะผมเป็นคนมืดมนก็ได้
"ฉันชื่อ คิมยองอุน เรียกว่า ยองอุนก็ได แล้วนายละ"
" ลีทึก ครับผม ฝากตัวด้วยครับ" เขาตอบผมพร้อมรอยยิ้มแบบเมื่อกี้อีกแล้ว
ตอนนี้ ผมรู้สึก ถึงลางสังหรณ์บางอย่าง ว่า ชีวิตอันเงียบสงบของผม
มันจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้วครับ
เฮ้อแค่คิดก็ปวดหัว
และแล้วลางสังหรณ์ของผมก็เป็นจริง
เย็นนั้นผมกลับมาถึงห้อง ผมรู้สึกเหนื่อยล้าจากการทำงานมาทั้งวัน
ด้วยความเคยชิน หลังจากผมนอนล้มลงบนเตียง
ผมต้องเหลือบมองรูปเธอบนหัวเตียงผมอยู่เสมอ
มันทำให้ผมมีกำลังใจ อบอุ่นใจ ว่าผมยังมีคนที่คอยอยู่เคียงข้างเสมอ แต่
ว่างเปล่าครับ รูปเธอหายไปไหน ผมตกใจมากเลยครับ
ผมมองหาทั่วห้องไม่เจอ มันผิดสังเกต ผมรู้สึกว่าห้องผมมันไม่เหมือนเดิม
ห้องที่เธอจัด ห้องที่เป็นความทรงจำระหว่างเรา ผมไม่ต้องการให้ใครมาเปลี่ยนแปลง
มีคนย้ายของของผม ตอนนี้ผมเริ่มโมโหแล้วครับ
และรู้แล้วว่าใครทำ โดยไม่ต้องรอให้ผมเรียก
เจ้าตัวก็โผล่หน้ามา ผมจัดห้องให้ใหม่ คุณชอบมั้ยครับ
ใครสั่งให้นายทำ ผมเริ่มตวาดด้วยความโมโหสุดระงับ
ถ้าฉันไม่สั่ง นายก็ไม่มีสิทธิ์มายุ่งกับของของฉัน ฉันไม่ชอบ ผมโมโหจนหูอื้อตาลายไปหมด
ผมมองหน้าเขาอย่างเอาเรื่อง
คนตรงหน้าผม หน้าซีดเผือดลงทันทีครับ เขานิ่งไปพักนึงแล้วละล่ำละลัก ขอโทษผม
มันทำให้ผมเริ่มได้สติครับว่าผมพูดรุนแรงเกินไป
ผมยืนนิ่งพยายามทำใจเย็น เขาก็ยืนก้มหน้านิ่ง ไหล่เริ่มสั่น เริ่มร้องไห้
เฮ้อ ผมก็ไม่ได้ตั้งใจหรอกครับ
ต่อมความสงสารของผมมันทำงานอีกแล้ว
ผมเอื้อมมือไปแตะไหล่คนตรงหน้าเบาๆ
อืม ไม่เป็นไร ช่างมันเถอะ ฉันเองก็ไม่ได้บอกนายก่อน ผมพูดไปเขาก็ยังก้มหน้านิ่งเหมือนเดิมครับ
ทำไงดี ไอ้ผมก็ปลอบใครไม่เป็นซะด้วย ก็เลยเข้าไปโอบไหล่เขาไว้
เอาละเลิกร้องซะที ฉันไม่ชอบเห็นคนร้องไห้ พอผมพูดเสร็จเขาก็พยักหน้างึกๆ
แล้วทีหน้าทีหลังจะทำอะไรให้บอกฉันก่อน ไม่งั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน เขาก็ยังพยักหน้างึกๆเหมือนเดิม
นายไปแต่งตัว รอฉันละกันเดี๋ยวจะพาไปกินข้าว เดี๋ยวฉันจัดของก่อน
เดี๋ยวผมช่วยนะครับ เขายอมเงยหน้าพูดกับผมแล้วครับ ทั้งจมูก ทั้งตาเป็นสีแดงจัดเลย
ผมรู้สึกสงสารคนตรงหน้าจับใจ ผมคงจะพูดแรงเกินไปจริงๆ
ไม่เป็นไร นายรีบไปล้างหน้าล้างตาเถอะ มีนายช่วย ไม่รู้ว่าจะเสร็จรึเปล่า ผมพูดไปก็อมยิ้มไป
เล่นเอาคนตรงหน้าค้อนใส่ผมไปทีนึง
เฮ้ยๆนาย เป็นผู้ชายจริงเหรอเนี่ย พูดแค่นี้ทำงอนไปได้ พูดเสร็จผมก็หัวเราะครับ
ดูหน้าตาคนตรงหน้าผมหน้าหงิกเป็นช้อนเลย
จะกินรึเปล่าข้าว มัวตื่นงอนเดี๋ยวก็อดซะเลย
คร้าบ คร้าบ เจ้านาย พูดเสร็จก็เดินออกไปจากห้องผม แล้วยังหันมาแลบลิ้นอีก
ผมก็ได้แต่หัวเราะแหละครับ คนอะไรเปลี่ยนอารามณ์เร็วจริงๆ
กว่าผมจะจัดของเสร็จเล่นเอาผมเหนื่อยเลยละครับ ก็เจ้าตัวยุ่งสลับที่ของผมซะยุ่งไปหมด
แต่ผมก็จำได้ครับว่าที่เดิมมันอยู่ตรงไหนบ้าง
เพราะผมเห็นของผมทุกวัน และผมจะไม่มีวันลืมหรอกครับ
ว่าความผูกพันของผมกับคนที่จัดของพวกนี้มันลึกวึ้งจนใครก็มาเปลี่ยนแปลงไม่ได้
ที่ผ่านมาแม้ผมจะเจอคนมามากมาย แต่ก็ไม่มีซักคนครับ
ที่จะทำให้ผมลืมเธอได้ เธอมีค่ากับหัวใจของผมมากมายเหลือเกิน
ผมแทบหมดแรงแต่ก็ต้องพาเจ้าตัวยุ่งไปกินข้าวละครับ
ถ้าเบี้ยวไม่ไปเดี๋ยวก็มางอนผมเป็นผู้หญิงอีก
ผมเหลือบมองนาฬิกา เฮ้ย! ตายละ ผ่านมาเกือบสามชั่วโมง
เจ้าตัวยุ่งคงหิวจนไส้ขาดแล้วแน่ ก็ผมบอกให้รอนี่ครับ
ผมมองหาเจ้าตัวยุ่ง ก็มาเจอนอนอยู่บนโซฟาครับที่ซึ่งถูกเขายึดเป็นเตียงนอน
นี่ ลีทึก ตื่นได้แล้ว ยังนิ่งครับ
คราวนี้ผมเลยลองเขย่าตัวเขาเบาๆ แล้วก็ได้ยินเสียงเขาบ่นอะไรงึมงำครับ
ขอโทษ ผมขอโทษ ครั้งที่สองแล้วครับที่ผมได้ยินเขาขอโทษ
ใบหน้าสวยขมวดคิ้ว แล้วยังพึมพำไม่หยุด
นายเป็นใครกันแน่นะ แล้วนายทำอะไรผิด นายขอโทษใครกัน
คำถามต่างๆมากมายผุดขึ้นในหัวผม ผมนั่งมองหน้าเขาด้วยความสงสัยครุ่นคิด
ใบหน้าเนียนสวย ผมสีน้ำตาลอ่อนระลำคอ ท่าทางดูบอบบาง คงไม่เคยทำงานหนัก
แล้วอะไรกันที่ทำให้นายเศร้าใจอย่างนี้นะ
ลีทึก ลีทึกตื่นเถอะ ไปกินข้าวกัน ผมเรียกอยู่หลายที
สุดท้ายก็งัวเงียตื่นลุกขึ้นมา
ขอโทษที่ทำให้นายรอนานจนหลับเลย ปะ ไปกินข้าวกันเถอะ
เขาก็พยักหน้างึกๆ สงสัยจะยังไม่ตื่นดี
ผมตัดสินใจเก็บความสงสัยเอาไว้ เพราะยังไงมันก็ไม่เกี่ยวกับผม
อีกไม่กี่วันเขาก็จะไปแล้ว ถ้าเขาอยากเล่าก็คงจะเล่าเอง
ผมพาเขามากินบะหมี่ในร้านเล็กๆที่ผมมากินป็นประจำ
เพราะผมอยู่คนเดียวมันสะดวกดี ขี้เกียจทำอาหารกินเอง และราคาก็ถูก รสชาติดีอีกตะหาก
ว้าว อร่อยจัง
เวอร์ไปแล้วนาย ทำยังกับไม่เคยกินบะหมี่งั้นแหละ ผมพูดแหย่ไปเล่นๆ
แต่คำตอบที่ได้ยินเล่นเอาผมแทบสำลักบะหมี่เลยเลยครับ
ไอ้นี่เค้าเรียกว่าบะหมี่เหรอ อะ ผมอ้าปากค้างเลยครับ ไม่รู้จักบะหมี่
อย่าบอกนะว่านายไม่เคยกิน การพยักหน้าแทนคำตอบนี้แหละ ผมไม่รู้ว่าจะควรขำดีรึเปล่า
นี่ผมคุยกับมนุษย์ต่างดาวอยู่รึเปล่าครับเนี่ย ผมทำท่าไม่อยากจะเชื่อ
จริงนะ ผมจาโกหก คุณทำไม พูดแล้วทำหน้าซื่อๆคงจะจริงละครับ
อย่าบอกนะว่านายเป็นลูกคุณหนูหนีออกจากบ้านเพราะถูกบังคับแต่งงาน
ว้า คุณรู้ได้ยังไง ผมว่าจะไม่บอกแล้วเชียว พูดแล้วก็ยิ้มซื่อๆแต่สายตามันไม่ซื่อเหมือนหน้าสิครับ
คนอย่างผม ไม่ชอบถูกใครบังคับ ถ้าผมจะเลือก ผมขอเลือกที่จะอยู่กับคนที่ผมรักตลอดชีวิตดีกว่า
พูดแล้วก็ยิ้ม ยิ้มแบบนั้นอีกแล้วครับแบบที่ผมเห็นแล้วรู้สึกหงุดหงิดทุกที
ผมเลยก้มหน้าลงโซ้ยบะหมี่ของผมต่อ
แต่พอผมเงยหน้าขึ้นมา คือจะขอเติมอีกชามอะครับ แฮะๆ
ฮะ ยังมองหน้าผมแล้วยิ้มอย่างนี้อยู่อีก ด้วยความหมั่นไส้
ผมแกล้งจะเอานิ้วจิ้มตา โห ยังไม่ทันโดนเลยครับ ร้องโอดโอย ขึ้นมาทันที
จนคนหันมามองเราทั้งร้านเลย ผมไม่รู้ว่าจะอาย หรือจะขำดี
ก็ดูคนตรงหน้าผม ทำหน้าตาได้น่าหมั่นไส้มาก ปากก็ร้องโอดโอยไม่หยุด
ผมก็เลยขำครับ ขำตัวเองโอ๊ย ผมต้องอยู่กับคนติ๊งต๊องอีกหลายวันเลยนะเนี่ย
แล้วก็ขำคนตรงหน้าดูสิครับยังไม่หยุดเล่น รู้สึกดีเหมือนกันครับ เพราะผมไม่ได้หัวเราะแบบนี้มานานมากแล้ว
เฮ้อ หลังจากนั้น เจ้าตัวยุ่งก็ชวนผมคุยไม่หยุด ผมละเชื่อเลยครับ คนอะไร
พูดได้ไม่มีหยุด เห็นแมวฉี่ยังเอามาคุยได้เลย ผมละเหนื่อยแทนจริงๆ
กลับมาถึงห้องผมก็แทบสลบเลยละครับ รู้สึกเหนื่อยมากๆเลย เพราะเจ้าตัวยุ่งแท้ๆ
ถ้าเป็นทุกคืนกว่าผมจะข่มตาหลับได้ ผมจะต้องคิดถึงเธอ นึกถึงรอยยิ้มนั้นที่ยิ้มให้ผมอย่างอบอุ่น
นึกถึงไออุ่นในอ้อมกอดผม นึกถึงความทรงจำมากมายระหว่างเราจนผมหลับไปในทุกคืน
ภาพของเธอยังประทับอยู่ในใจผมเสมอ กลิ่นไอของเธอยังคงอบอวลอยู่รอบๆตัวผม
แต่วันนี้ผมรู้สึกว่าผมง่วงมากเลยแล้วก็หลับไปโดยไม่รู้ตัว
...................................................................................................................

เดี๋ยวมาลงตอนต่อไปนะคะ

อิอิ
กำลังสนุกเลย รักคังทึกมากมาย หุหุ...
#1 By กิ๊ฟ (202.44.135.35 /172.27.104.65) on 2007-08-23 22:06