ใครบางคนจากบนฟ้า 3

posted on 24 Sep 2007 13:39 by mee-teukieluv  in fiction

หลังจากดองฟิคอยู่นาน จนตอนนี้ก็เค็มได้ที่แล้ว

วันนี้เอาฤกษ์เอาชัย มาอัพฟิคต่อซะที

อ่านแล้วแปลกๆก็อย่าถือ ช่วงนี้ทำงานเยอะจนมึน

นี่ก็พักงานซักแป๊บแว๊บมาเล่นเน๊ต

คิดถึง คังทึกงะ

...................................................................................................

ใครบางคนจากบนฟ้า 3

จากวันที่ผมเคยเดินอย่างโดดเดี่ยว

แม้จะอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมายผมกลับรู้สึกเหมือนอยู่เพียงลำพัง

แต่วันนี้ วันที่มีคนๆนี้เดินเข้ามาในชีวิต ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป

ในวันเวลาแค่สั้นๆแต่กลับรู้สึกเหมือนรู้จักกันมาแสนนาน

มันคือพรหมลิขิตใช่มั้ยครับ

ระหว่างทางกลับบ้าน ไม่มีการสนทนาใดๆระหว่างเรา

มีเพียงมือที่สัมผัสกันเท่านั้น

บนรถไฟฟ้าเค้านั่งพิงไหล่ผมแล้วหลับไปอย่างเหนื่อยอ่อน

ทั้งๆที่ไม่มีการพูดคุยใดๆแต่ผมกลับรู้สึกมีความสุขมากมายที่สามารถเป็นหลักให้คนๆหนึ่งได้

แม้จะเป็นเพียงที่พักพิงยามเหนื่อยล้าก็ตาม

ทึก ลีทึก ถึงบ้านเราแล้ว

หลังจากลงจากรถไฟฟ้าผมตัดสินใจเรียกแท็กซี่เพื่อให้เค้าได้หลับสบายจนกว่าจะถึงบ้าน

ตั้งแต่ลงมาจากชิงช้าสวรรค์ เค้าก็ไม่ปริปากพูดกับผมแม้แต่คำเดียว

จนผมเริ่มรู้สึกกังวล ว่าเค้ารังเกียจผมรึป่าวกับการกระทำที่ผมแสดงออกไปนั้น

ทั้งที่เราเป็นผู้ชายด้วยกันทั้งคู่

นายเป็นอะไร ไม่สบายรึป่าว รึว่า

ผมไม่ได้เป็นอะไร แค่รู้สึกเพลียๆเท่านั้นเอง

นายรังเกียจฉันใช่มั้ย เอ่อ ที่ฉันทำแบบนี้ คนตรงหน้าได้แต่ก้มหน้านิ่ง จนผมรู้สึกอึดอัดใจ

ถ้าอย่างนั้นฉันขอโทษ ต่อจากนี้ไปจะไม่ทำแบบนี้อีก ถ้าหากว่ามันทำให้นายลำบากใจ

ตอนนี้ผมรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกเมื่อคนตรงหน้าได้แต่นิ่งเงียบไม่ยอมมองหน้า

และไม่ยอมคุยกับผม ผมไม่รู้จะทำยังไงดี

ฮึก อึก ผม ไม่ได้รังเกียจ ไม่เคยโกรธ และ ฮือ ไม่เคยคิดเกลียดคุณเลยสักครั้ง

ผมตกใจที่อยู่ๆคนตรงหน้าก็ร้องไห้ออกมา

แต่เมื่อได้ยินคำพูดที่หลั่งไหลออกมาจากปากคนตรงหน้ามันทำให้หัวใจผมพองโต

แล้วผมก็ปล่อยให้เค้าพูดต่อไปด้วยความหวังที่ผมเคยคิดว่ามันไม่มีทางเป็นจริงได้

ผมดีใจ อึก แต่ก็กลัว ว่าความรู้สึกที่ ผมมีต่อคุณ

มันเป็นความรู้สึกเดียวกันกับที่คุณมี ฮือ อึก ต่อผมมั้ย

หลังจากที่ผมได้ฟังก็เข้าใจเหตุผล

ว่าทำไม คนตรงหน้าผมถึงไม่ยอมพูดกับผม

ทั้งๆที่ตอนนี้ผมมั่นใจว่าเรามีความรู้สึกเดียวกัน

แล้วความรู้สึกที่นายว่ามันคืออะไร นายบอกฉันได้มั้ย ถ้าไม่บอกแล้วฉันจะรู้ได้ไงว่าความรู้สึกที่ฉันมีมันเป็นความรู้สึกเดียวกันกับนาย ผมอมยิ้มเมื่อคิดว่าคนตรงหน้าผม ช่างน่ารักน่าแกล้งจริงๆ

คุณแกล้งผมหนิผมแกล้งทำหน้าตาย เมื่อคนตรงหน้าเลิกร้องไห้และทำหน้างอ

เฮ้อ คนอะไรเอาแต่ใจจริงๆ

นายอยากรู้มั้ยละว่าฉันมีความรู้สึกเดียวกันกับนายรึป่าว

คนตรงหน้าผมได้แต่พยักหน้าช้า

พร้อมกับหน้าแดงไปถึงหู ทำไมนายถึงน่ารักได้ขนาดนี้นะ

หอมแก้มฉันทีนึง แล้วจะบอก

พูดจบคนตรงหน้าผม หน้าแดงกว่าเดิมอีกครับเหมือนจะระเบิดออกมาแล้ว

นี่สิยิ่งน่าแกล้ง

ไม่งั้นฉันจะไปนอนแล้วนะผมทำท่าจะเดินกลับไปที่ห้อง

แต่ก็ถูกฉุดจากคนร่างบางกว่า

แล้วโน้มคอผมลงมาจุ๊บแก้มผมเบาๆ

อ๊า ไม่ทันตั้งตัวเอาใหม่ เอาใหม่

ผมทำโวยวายเป็นการใหญ่เหมือนถูกขโมยหอมแก้มทั้งๆที่ในใจกำลังพองโตเต็มที่

ทำให้คนร่างบางกว่าหน้างอ แล้วหันหลังจะเดินหนีผม ผมต้องรีบคว้าตัวมากอดไว้

อะไรกันแค่นี้ทำเป็นงอนเป็นผู้หญิงอีกละ ผมพลิกตัวคนในอ้อมกอดให้หันหน้ามาให้หันมาเผชิญหน้ากับผม พร้อมกับมองเข้าไปในดวงตาคู่สวยของคนตรงหน้า

ฉันก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไม ถึงรู้สึกแบบนี้

ทั้งๆที่ก่อนหน้าที่นายจะมานอนแอ่งแม้งอยู่หน้าบ้านฉัน

ฉันไม่เคยไว้ใจใคร ไม่เคยเป็นห่วงใคร ไม่เคยต้องมานั่งปวดหัวกับใคร

ไม่เคยต้องวิ่งตามหาใครเหมือนคนบ้า เมื่อคิดว่าจะไม่ได้เห็นหน้าคนๆนั้นอีก ฉันก็แทบบ้า

ทั้งๆที่ไม่อยากจะยอมรับว่าเจ้าตัวยุ่งจะมาทำให้หัวใจที่เคยปิดตายได้เปิดออก

เพื่อรับแสงตะวันอีกครั้ง

นายรู้มั้ย ว่านายคือแสงตะวันของฉัน

แสงตะวันที่ส่องนำทางและให้ความอบอุ่นแก่หัวใจที่มืดมนให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

ผมดึงคนตรงหน้ามากอดไว้แน่น

ความรู้สึกที่ผมมีมันกำลังพรั่งพรูออกมาเพื่อให้คนตรงหน้าได้รับรู้

ผมก้มลงกระซิบข้างหูคนในอ้อมกอดเพื่อกระซิบบอกคำที่อยู่ในหัวใจของผม

ลีทึก ฉันรักนาย

ไม่มีคำพูดใดๆจากคนในอ้อมกอดผม

มีเพียงเสียงสะอื้นและเสียงหัวใจของเราสองคนเท่านั้นที่ผมได้ยิน

ผมไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน

จนคนในอ้อมกอดผมเงียบไปและเงยหน้ามองผม

ผมใช้ปลายนิ้วเช็ดคราบน้ำตาให้คนตรงหน้าอย่างแผ่วเบา

ขอให้นายรู้ไว้

ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเป็นยังไงฉันก็พร้อมที่จะอยู่เคียงข้างนาย

จะคอยปกป้องนาย จะไม่วันทิ้งนาย

ขอเป็นไหล่ฉันได้มั้ยที่จะเป็นที่ที่นายได้พักพิงในวันที่นายอ่อนล้า ท้อแท้

ขอเป็นอกฉันได้มั้ยที่จะเป็นที่ที่นายได้ร้องไห้ ได้ระบายความเศร้าเสียใจ

และขอเป็นมือคู่นี้ได้มั้ยที่จะคอยเช็ดน้ำตาให้นาย ตลอดไป

ริมฝีปากผมที่ทาบทับอย่างแผ่วเบาบนริมฝีปากบางนั้นเพื่อเป็นคำสัญญาและ

ยืนยันความรู้สึกของผมผ่านทางจุมพิตที่อ่อนโยนนี้เนิ่นนาน

แสงแดดยามเช้าที่ปลุกให้ผมตื่นขึ้นมา

ผมควานหาคนที่นอนข้างๆผมเมื่อคืน

ค่ำคืนที่ผมมีความสุขเกินจะหลับได้ เมื่อคิดว่าจะมีคนที่ตื่นมารับเช้าเดียวกันอย่างนี้ทุกวัน

ไม่อยู่ สงสัยจะตื่นแล้ว ผมเดินไปดูในห้องน้ำเมื่อคิดว่าคงอาบน้ำอยู่

ก็ไม่มี สงสัย ทำอาหารเช้าอยู่ ผมจึงรีบอาบน้ำแต่งตัว

เดินไปดูที่ห้องครัว เอ ไม่อยู่หายไปไหนของเค้าแต่เช้านะ

ออกไปซื้อของรึป่าว คิดได้ดังนั้น ผมก็ชงกาแฟ นั่งจิบกาแฟ ดูทีวีรอ

จิบกาแฟจนหมดถ้วย ก็ยังไม่มา ทำไมไปนานนักนะ

ผมเริ่มเป็นห่วง จนคิดมากไปต่างๆนานา

รึว่างหลงทางอีกแล้ว ไม่น่านะเพราะร้านค้าอยู่ปากซอยเอง

รึว่าเกิดอุบัติเหตุ คิดได้ดังนั้นผมก็รีบออกไปตามหาที่ร้านค้า

ถามคนขายของก็บอกว่าไม่เห็น ไม่มีใครเห็นเลย

ผมเริ่มใจคอไม่ดีแล้ว นายไปไหนนะลีทึก อย่าหายไปอย่างนี้ได้มั้ย

ผมเดินคอตกกลับบ้าน เมื่อคิดว่าเจ้าตัวยุ่งคงออกไปทำธุระ

เดี๋ยวก็กลับ แล้วมาโวยวายว่าตามหาทำไม ไม่ใช่เด็กแล้ว

จากนาที เป็นชั่วโมง จากชั่วโมง จนผ่านไปครึ่งวัน

ผมเริ่มนั่งไม่ติดแล้วครับ เป็นห่วงแล้วก็โกรธมาก กลับมาจะลงโทษให้เข็ด

ติดต่อก็ไม่ได้ จริงๆแล้วผมก็อยากเขกหัวตัวเองจริงๆที่ไม่ซื้อโทรศัพท์ไว้ให้พกติดตัว

ผมรอ รอ แล้วก็รอ

รู้สึกเพียงว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานจนผมเริ่มกลัว

กลัวการสูญเสีย ครั้งนึงที่ผมเคยสูญเสียมันทำให้ผมกลัว กลัวที่จะมีใครอีกก็เพราะผมไม่อยากพบกับคำว่าสูญเสียอีก

ผมไม่กล้าแม้แต่จะคิดว่าหากสูญเสียลีทึกแล้วผมจะอยู่ได้ยังไง

นายไม่ได้หนีฉันไปใช่มั้ย กลับมาบอกฉันทีว่าเรื่องเมื่อคืนมันไม่ใช่ความฝัน

ผมตัดสินใจ กลับเข้าห้องนอน อยากเอนกายลงนอน

และหวังว่าเมื่อลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้งลีทึกก็จะนอนอยู่ข้างผมไม่ได้ไปไหน

ขณะที่ผมกำลังจะเอนลงนอน ผมก็เหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆ วางบนโต๊ะหัวเตียง

ผมหยิบมาอ่าน ด้วยใจที่ไม่สู้ดีนัก

มันหมดเวลาของผมแล้ว เวลาที่ผมจะสามารถอยู่เคียงข้างคุณได้

เวลาที่เราได้ใช้ร่วมกันแม้มันจะแค่สั้นๆแต่เป็นช่วงเวลาที่ผมมีความสุขที่สุดในชีวิต

เราสามารถเลือกที่จะรักได้ แต่บางครั้งก็ไม่สามารถเลือกที่จะอยู่กับคนที่เรารักได้

อยากเห็นคุณมีความสุข

ลีทึก ของ ยองอุน

ราวกับว่ามีใครเอาไม้ฟาดที่หัวผมอย่างแรง

ผมรู้สึกหนักอึ้ง ทำไม ทำไมนายต้องไป

ผมไม่อาจจะกลั้นน้ำตาได้อีกต่อไปแล้ว

เราเข้าใจกันแล้วไม่ใช่เหรอ ความรู้สึกที่เรามีมันเป็นความรู้สึกเดียวกันไม่ใช่เหรอ

รึว่าฉันเข้าใจไปเองฝ่ายเดียว

...................................................................................................................

ขอจบตอนนี้ไว้ฉะนี้แล

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ง่า~ทำไงจบเร็วจังอ่ะคะ
อยากอ่านต่ออ่ะ
ใช่ๆอยากอ่านต่ออ่ะ ถ้าว่างวันหลังจามาอ่านต่อน้าคะ
sad smile

#2 By ร๊ากทึกกี้ (202.29.58.68) on 2007-10-17 13:51