[fic]ใครบางคนจากบนฟ้า 4

posted on 22 Jan 2008 14:05 by mee-teukieluv in fiction
           ผมกำลังเดินฝ่าฝูงชนแออัดเพื่อเลี้ยวเข้าสู่อาคารใหญ่โตซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของบริษัทที่มีชื่อเสียงด้านธุรกิจอัญมณีทั้งในและนอกประเทศ กว่าจะเดินทางมาถึงเล่นเอาผมเหนื่อยเพราะอาคารหลังใหญ่ตั้งตระหง่านบนถนนที่เป็นย่านธุรกิจ ทำให้คราคร่ำไปด้วยผู้คนจำนวนมากที่ใช้ชีวิตอยู่ในโลกธุรกิจแห่งนี้       ทำไมผมถึงมาอยู่ตรงนี้นะเหรอ อันที่จริงแล้วผมก็ไม่ค่อยอยากจะมาเผชิญกับฝูงชนที่แออัดอย่างนี้เลย แต่ทำยังไงได้ก็บริษัทเล็กๆอย่างผมก็ต้องพึ่งพาบริษัทใหญ่โตอย่างนี้แหละครับ เป็นงานที่ต้องการให้ผมออกแบบโฆษณาโปรเจคใหญ่ที่เค้าต้องการจะเปิดตัวในปลายปีนี้วันนี้ผมถึงต้องมาคุยรายละเอียดทุกอย่างเพื่อเริ่มดำเนินการให้ทันตามกำหนด

เมื่อเดินเข้ามาสัมผัสถึงความเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศชั้นดี ก็ค่อยทำให้ผมรู้สึกหายใจคล่องขึ้นหน่อย ตอนนี้ในหัวผมต้องคิดแต่เรื่องงาน งานแล้วก็งาน ไม่มีเวลาว่างสำหรับผม ผมไม่อยากปล่อยเวลาให้คิดถึงเรื่องเก่าๆอีก มันเจ็บปวด จากกันโดยไม่มีแม้แต่คำร่ำลา มันเจ็บปวดยิ่งกว่าการตายจากกันซะอีก

 

ใบหน้าหวานซึ้ง ดวงตาคู่สวยที่แฝงแววตาเศร้าอยู่เสมอ แว๊บขึ้นมาในความคิดของผม อา…..ไม่ๆผ่านมาเกือบปีแล้วทำไมทุกครั้งที่เผลอตัวผมจะต้องคิดถึงเรื่องนี้ทุกทีนะ เมื่อไหร่กันนะที่ผมจะลืมได้ซะที

 

           ผมพยายามสลัดความคิดเรื่องเก่าๆออกไป ใช่ งานๆ ต้องทำงาน นัดเก้าโมงเช้า ใกล้ถึงเวลาแล้วผมเดินไปหยุดตรงหน้าลิฟท์เพื่อรอลิฟท์ ชั้นไหนนะ อืมชั้น 19 เออ ลิฟท์ไม่มาซะทีระหว่างรอผมก็กวาดสายตาดูการตกแต่งของตัวอาคารแก้เบื่อ เน้นโทนสีเทาและดำเป็นหลัก ทำไมมันดูอึมครึมเหมือนจิตใจผมตอนนี้เลยนะ แต่ก็สวยดีครับดูเรียบหรู สมกับที่เป็นบริษัทชั้นนำการแบ่งโซนต่างๆดูลงตัวไม่ดูโล่งจนเกินไป มีการตกแต่งหลายๆมุมแบบมีสไตล์ ไม่น่าเบื่อ เหมาะกับการเป็นที่พักสายตาของผมเป็นอย่างดี แล้วส่วนของบริเวณลิฟท์ที่ผมยืนอยู่ก็มีลิฟท์อยู่สองฝั่งครับ ฝั่งละสองตัวดูเหมาะสมกับขนาดอาคารที่ใหญ่โต

หลังจากที่ผมมองโน่นมองนี่แก้เซ็งก็แหงนหน้ามองลิฟท์ฝั่งที่ผมยืนหันหน้าเข้าหาเป็นพักๆ จนผมเริ่มรู้สึกเมื่อยลำคอ

 

          ติ้งลิฟท์อีกฝั่งข้างหลังผมดังขึ้น ผมก็รีบหันกลับเพื่อจะเดินไปเข้าลิฟท์ ผมสังเกตเห็นมีคนเดินเข้าลิฟท์ไปก่อนผมคนหนึ่ง ผมจึงรีบเดินแทบจะเป็นพุ่งเข้าไปแต่………… 

 

ใบหน้าหวานซึ้ง เส้นผมสีน้ำตาลอ่อน ดวงตาคู่สวยที่ตอนนี้ฉายแววตระหนกที่จ้องมองมาทางผม

 ผมรู้สึกชาวาบตั้งแต่หัวจรดเท้า หัวใจผมแทบหยุดเต้น สมองผมเหมือนไม่สั่งการ ลมหายใจผมเหมือนจะหยุดเอาดื้อๆ

คนที่ผมเฝ้าตามหามาตลอดหลายเดือนที่เขาหายไป แต่ก็ไม่เคยเจอแม้แต่เงา ผมเจ็บปวดจนเกินทนไหว เลิกตามหาและตัดใจ แต่ทำไมทั้งที่คิดว่าตัดใจได้แล้ว หัวใจผมมันถึงได้รู้สึกปั่นป่วนอย่างนี้

 

 ขณะที่ผมกำลังยืนตะลึงอยู่ประตูลิฟท์ก็ปิดลง พร้อมกับที่สติของผมกลับคืนมา

อะ ไม่ เดี๋ยว!!!!!”  ไม่ทันแล้ว ผมหันซ้ายหันขวาไม่รู้จะทำยังไงดี ตัดสินใจวิ่งขึ้นบันไดที่อยู่ข้างๆลิฟท์ ผมวิ่ง วิ่งแล้วก็วิ่งโดยไม่รู้จุดหมาย ไม่รู้ว่าตอนนี้ผมอยู่ชั้นไหน ผมรู้สึกแค่อยากจะวิ่งเพื่อตามเขาไป

 

ผมวิ่งขึ้นบันไดมาเรื่อยๆจนรู้สึกว่าขาของผมมันไม่ยอมฟังเสียงผมแล้ว ผมทรุดลงนั่ง อย่างหมดแรง นั่งพิงผนังแหงนหน้าขึ้นเพื่อสูดอากาศเข้าปอดพลางหลับตาลงเพื่อพัก

 ผมนั่งอยู่อย่างนั้นจนรู้สึกถึงน้ำอุ่นๆที่ไหลลงมาอาบแก้มผม ความรู้สึกหลายๆอย่างที่ผมพยายามลืมมาตลอดกำลังถาโถมเข้ามา 

 

คิดถึง...................คิดถึงนายเหลือเกิน ลีทึก

 

    ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ 

                ผมไม่รู้ว่าผมนั่งอยู่ตรงนั้นนานแค่ไหน หลังจากที่ร้องไห้จนเหนื่อย จนรู้สึกดีขึ้น ผมก็เริ่มใช้ความคิด ทำไมลีทึกถึงมาอยู่ที่นี่ หรือว่าทำงานที่นี่ เมื่อคิดได้ดังนั้นผมก็รีบลุกขึ้นเดินไปยังหน้าลิฟท์

               ชั้น 18 ” ตัวเลขที่ติดอยู่ตรงหน้าลิฟท์ทำให้ผมรู้สึกตกใจเล็กน้อย ผมวิ่งมาตั้ง 18 ชั้น มิน่า ถึงรู้สึกว่าขาผมมันล้ามากๆเลยตอนนี้ ผมกดลิฟท์กลับลงไปชั้นแรก ตรงไปที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ด้วยความหวัง

              เอ่อ ขอโทษนะครับ ผมเอ่ยทักขึ้นเมื่อเห็นว่าผู้ทำหน้าที่เป็นประชาสัมพันธ์ยังคงก้มหน้าทำงานเพราะไม่สังเกตเห็นผม

             อุ๊ย ขอโทษนะคะ มีอะไรให้ดิฉันช่วยมั้ยคะคำถามที่มาพร้อมรอยยิ้มสวย เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมามองผม

             ครับ คือ ผมอยากจะทราบว่า ที่นี่มีพนักงานชื่อเอ่อ ผมจำนามสกุลเขาไม่ได้นะครับ เขาชื่อลีทึกครับ  ผมรู้สึกสะท้อนใจจริงๆครับ ใช่ ผมรู้แค่นั้นจริงๆเรื่องเกี่ยวลีทึกผมรู้แค่นี้จริงๆ

            มันออกจะลำบากนะคะคุณที่รู้แค่ชื่อเธอตอบผมแต่ยังคงรอยยิ้มสวยนั้นอยู่

           “ นะครับ ผมแค่อยากรู้ว่ามีคนชื่อลีทึกทำงานอยู่ที่นี่รึเปล่า กรุณาเถอะนะครับผมพยายามอ้อนวอนเธออีกครั้งเพราะนี่คือความหวังเดียวของผม

           ถ้างั้นกรุณารอสักครู่นะคะหลังจากนั้นผมสังเกตเห็นเธอคีย์ข้อมูลลงไปในคอมพิวเตอร์ แล้วก็แอบทำหน้ามุ่ยเล็กน้อยนั้นเงยหน้ามายิ้มให้ผมอีกครั้ง

           ไม่มีคนชื่อลีทึกทำงานที่นี่คะ เอ่อคุณจำชื่อผิดรึเปล่าคะคุณ

ไม่ ไม่มีทางที่ผมจะจำชื่อเขาผิด เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่ผมรู้ และเป็นสิ่งเดียวที่ผมตามหามาตลอดผมจะจำผิดได้ยังไงกัน คุณช่วยเช็คอีกครั้งได้มั้ยครับ เมื่อกี้คุณอาจพิมพ์ผิดก็ได้นะครับ ผมเริ่มรู้สึกกลัวความหวังของผมริบหรี่ลง เมื่อเธอยังคงให้คำตอบเดิมกับผม

 

ผมเหมือนคนหมดแรง ทำไมกันทั้งๆที่เมื่อกี้แค่เอื้อมมือไปก็ถึงแล้วแท้ๆ นายก็หนีฉันไปอีกแล้ว ทำไมกัน

            ผมเดินไปทรุดนั่งที่โซฟารับแขกอย่างหมดแรง ไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรต่อไปแล้ว จนเสียงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงผมดังขึ้นปลุกผมให้ตื่นจากภวังค์

         เฮ้ย คิมยองอุน นี่นายอยู่ที่ไหนเสียงคุณฮันยองหัวหน้าผมถามด้วยเสียงร้อนรน ผมจึงหันไปมองรอบๆ ใช่ ผมมาทำงานนี่นา เฮ้ย แล้วนี่มันกี่โมงแล้วเนี้ย

         ขอโทษครับหัวหน้า ผมกำลังรีบไปเดี๋ยวนี้แหละครับ กำลังจะขึ้นลิฟท์แล้วครับผม พูดจบผมก็รีบกดวางทันทีเพราะไม่อยากหูชาฟังหัวหน้าผมเทศน์เป็นภาษาเกาหลีปนจีนมันน่ากลัวจริงๆนะครับ

ตอนนี้ความรับผิดชอบเรื่องงานต้องมาก่อน เก็บเรื่องนายไว้ก่อนก็ได้ยังไงฉันจะไม่ยอมแพ้อีกแล้ว ยังไงก็ต้องหานายให้เจอลีทึก

            เมื่อผมก้าวเข้ามาในห้องประชุมขนาดใหญ่

          ผมก็ได้แต่ก้มหน้าด้วยความรู้สึกผิดที่ทำให้ทุกคนต้องรอ    

         “ คุณคิมยองอุนทางนี้คะผมเดินไปตามเสียงเรียกพร้อมกับนั่งลงที่เก้าอี้ ผมยังไม่กล้ามองหน้าใคร รู้สึกผิดจริงๆครับ

เอาละครับในเมื่อมากันครบแล้ว ผมขอแนะนำตัวก่อนนะครับ ผมชเวซีวอนเป็นผู้รับผิดชอบโครงการนี้ และในวันนี้รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ท่านประธานบริษัทมาร่วมรับฟังการประชุมของพวกเราด้วยนะครับ ได้ยินดังนั้นผมก็อดใจเสียมากกว่าเดิมไม่ได้ แย่แล้วสิประธานบริษัทมาเองซะด้วย กลับไปมีหวังผมโดนสวดเป็นภาษาจีนแน่ๆครับ

 

ขอแนะนำคุณปาร์คจองซูครับผมค่อยๆเงยหน้าขึ้นมอง

 

ราวถูกมนต์สะกดอีกครั้ง ใบหน้าหวานซึ้ง ผมสีน้ำตาลอ่อนสลวย ลักยิ้มที่กดลงยามมอบรอยยิ้มหวานให้กับผม คนที่ผมตามหามาตลอดมาอยู่ตรงหน้าผมอีกแล้ว ผมกำลังฝันอยู่รึเปล่า ถ้าเป็นความฝันผมก็ไม่อยากตื่นขึ้นอีกเลย

 

            จนมีคนมาสะกิดผมจึงสะดุ้งรู้สึกตัว ผมไม่ได้ฝันแล้วคนตรงหน้าคือใครกันคุณคิมยองอุนคะ เอ่อเป็นอะไรรึเปล่าคะ เห็นคุณหน้าซีดๆ ไม่สบายรึเปล่าผู้หญิงที่นั่งข้างๆถามผมขึ้น

         เอ่อ ไม่เป็นอะไรครับผมตอบเธอไปอย่างไม่ได้ใส่ใจ ก็ในเมื่อตอนนี้สายตาผมกำลังจับจ้องอยู่กับคนตรงหน้าผม

ผมยอมรับว่าตอนนี้ผมไม่ได้ฟังงานตรงหน้าเลย อาจเพราะผมตั้งเทปอัดเสียงไว้แล้วก็ได้ รอบคอบครับ ไม่งั้นกลับไปหูชาแน่ๆ

 

           เหมือน เหมือนมากจริงๆแต่มีบางอย่างที่บอกผมว่าไม่ใช่ลีทึก ตอนนี้ผมกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก ผมไม่รู้ตัวว่ามองเขานานแค่ไหน จนเขาหันมายิ้มให้ผม     ใช่แล้ว รอยยิ้มนี่ล่ะ นี่มันยิ้มการค้าชัดๆ ดวงตาคู่สวยไม่ได้ยิ้มตาม แววตาดูเจ้าเล่ห์ ลึกลับน่ากลัว ไม่ใช่แววตาเศร้าและอ่อนโยนที่ผมคุ้นเคย ใช่นายรึเปล่าหรือว่านายเปลี่ยนไป หรือว่าเป็นพี่น้องกัน หรือว่า……

         ในขณะที่ผมกำลังคิดไปต่างๆนานานั้น เสียงปรบมือปิดการประชุมก็ดึงผมออกจากภวังค์

        เป็นยังไงบ้างครับคุณคิมยองอุน โปรเจคเราเป็นยังไงบ้างครับพอจะดันให้ดังได้รึเปล่าคุณชเวซีวอนถามผมพร้อมรอยยิ้มบางๆ

          แน่นอนครับ พวกเราจะทำงานเต็มที่ ยินดีที่ได้ร่วมงานกับ P.K jewery ครับผมตอบกลับไปอย่างมั่นใจ

       ผมก็ยินดีที่ได้ร่วมงานกับคุณนะครับคุณคิมยองอุนเสียงที่ผมคุ้นเคย แต่ทำไมกันความรู้สึกมันช่างแตกต่างกัน ผมมองหน้าเขาด้วยความไม่เข้าใจอยากจะกระชากคนตรงหน้ามาถามใจแทบขาด แต่ก็ทำไม่ได้ 

  นายอยู่ที่ไหนกันนะลีทึก ลีทึกคนที่ฉันรู้จักอยู่ที่ไหน……………. 

                                     +++++++++++++++++++++++++++++++++

To be con........

edit @ 22 Jan 2008 14:18:04 by ^-^ นุ่มนิ่มจัง^-^

edit @ 22 Jan 2008 14:18:30 by ^-^ นุ่มนิ่มจัง^-^

Comment

Comment:

Tweet

ทำไมเราอยู่บนโลกเดียวกันเเต่ว่าเราดูเหมือนห่างกันมากนะถึงเเม้ว่าเเนทจะติดตามข่าวของคุณตลอดทำให้เเนทได้รู้เรื่องของคุณเเต่ก็ไม่รู้ว่าเรื่องนั้นเป็นจริงหรือป่าวมันดูเหมือนโดดเดี่ยวนะเวลาโดยใครคนหนึ่งทิ้งเเต่ว่าคุณก็เป็นกำลังใจที่ดีนะเวลาดูรูปคุณยิ้มดูรูปตลกๆก็ทำให้เเนทยิ้มได้คุณเป็นอะไรที่ดีสำหรับฉันมากๆเลยล่ะไม่รู้ว่าทั้งชีวิตนะจะได้เจอคุณตัวเป็นๆหรือป่าวนะเเต่ฉันก็จะพยายามเจอคุณนะ

#7 By (203.114.120.74) on 2009-07-13 13:22

อัพ เร็วๆนะ

#6 By 5555 (124.121.1.235) on 2008-07-06 14:18

แง้ๆๆๆๆๆ
ไม่ยอมอ้ะ
ทำไมเป็นงี้อ่ะToT
ตอนจบขอแบบซึ้งๆน้า
นะนะนะ
อ่านแล้วสงสารหมีอ่ะ

#5 By รักคังทึก (118.172.107.68) on 2008-04-29 21:22

ในทีสุดเธอก้อมาอัพจนได้เรารออ่านจะแย่แล้ว

#4 By (202.149.24.161) on 2008-04-06 18:10

มาเจอโดยบังเอิญค่ะ
จำได้ว่าเคยรอมานานแล้ว
ในที่สุดดดดด......... >_____<
สงสารพี่หมีมากๆ
ท่าทางเหมือนทึกจะจำได้
แต่ก้อเหมือนจะหลบนะเนี่ยะ
เฮ้ออออออ
สู้ๆนะค่ะ รออยู่เสมอ

#3 By unsweetened (124.121.117.45) on 2008-02-04 00:17

สนุกมากเลยค่ะ
กำลังติดตามอยู่เลย
รีบๆอัพนะคะ
อยากอ่านต่อ
สงสารหมีคังจังเลย
รักคังทึกมากๆๆๆๆ

#2 By shinodajung (125.27.146.235) on 2008-01-25 21:38

นุ่ม.................

เกิดอะไรขึ้นกับทึกกี้ค่ะ ............อย่าให้มันจบแบบไม่ Happy นะ

เป็นกำลังใจให้นะ

#1 By Jane_Kangteuk (58.137.29.99) on 2008-01-22 20:36