[SF]แค่เล็กน้อย

posted on 30 Jun 2008 11:13 by mee-teukieluv in fiction

Image Hosted by CompGamer Image Host

 

 

 

ค่ำคืนที่ยาวนานเหลือเกิน ในความรู้สึกของคนที่กำลังเหนื่อยล้าและเงียบเหงา

สองขาที่ก้าวไปข้างหน้าค่อนข้างสั่นเพราะความเหนื่อยล้า

 

แล้วทำไมถึงเงียบเหงาล่ะ

 

นั่นสิ ความสุข ความรู้สึกอบอุ่นใจที่ได้รับทุกครั้งที่ถึงแม้จะรู้สึกเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักแค่ไหน

 แต่ก็ไม่เคยท้อแท้ สิ้นหวัง

เพราะยังมีคนคอยเคียงข้าง คอยให้กำลังใจ คอยเติมเต็มความรู้สึกที่ว่างเปล่าให้กันและกันอยู่เสมอ

 

แต่วันนี้ไม่เหมือนวันนั้นอีกต่อไปแล้ว....................

 

…………………………………………………………………………………….

 

หลังจากเสร็จสิ้นการอัดรายการเกมส์โชว์รายการหนึ่ง ยูนิตใหม่ของนักร้องบอยแบนด์ชื่อดังของเกาหลี ก็ต้องรีบไปอัดการแสดงสดอีกรายการหนึ่ง ตารางงานที่แน่นขนัดจนแทบไม่ได้พัก แต่ทุกครั้งที่ขึ้นแสดงก็ยังคงยิ้มแย้มให้บรรดาแฟนคลับที่มารอเชียร์พวกเขาได้เสมอ

 

ตอนดึกก็ต้องแยกย้ายกันไปจัดรายการวิทยุซึ่งเป็นอีกหน้าที่หนึ่งที่พวกเขารัก

ฮยอกแจ วันนี้จัดรายการเสร็จกลับไปก่อนได้เลยนะ เดี๋ยวคังอินจะมารับพี่น่ะลีทึกบอกฮยอกแจพร้อมยิ้มน้อยๆ จะไม่ให้เขายิ้มได้ยังไง ก็ในเมื่อช่วงนี้ไม่ได้ไปไหนด้วยกันเลย แม้จะขึ้นแสดงด้วยกัน พอเสร็จคังอินก็ต้องรีบไปถ่ายหนังต่อ วันๆแทบจะไม่ได้คุยกันเลย พอคนตัวโตโทรมาบอกก็อดที่จะดีใจไม่ได้

 

โอเคๆ เดี๋ยวฮยอกแจจัดให้ครับพี่ฮยอกแจยิ้มล้อเลียนคนอายุมากกว่าอย่างรู้ทัน ทำไมเขาจะไม่เข้าใจ แม้จะอยู่ใกล้กันแต่มันเหมือนห่างกันอย่างนี้มันทรมาน ส่วนเขาแม้จะไกลแต่คนที่อยู่ฝั่งนู้นก็ขยันโทรมาคุยกันทุกวันอยู่แล้ว

เฮ้อ เมื่อไหร่ ลูกเจี๊ยบจะเจอลูกปลาซะทีน้า

 

หลังจัดรายการเสร็จฮยอกแจก็กลับไปก่อน ลีทึกจึงได้แต่นั่งรอคนตัวโตมารับ พลางหยิบ เครื่องเล่น mp3 มาฟังระหว่างรอ

ขณะที่ฟังเพลงไปก็นั่งอมยิ้มอยู่คนเดียว มีอะไรมาเซอร์ไพรส์รึป่าวนะ  เพราะตอนโทรมาเหมือนจะรีบๆก็เลยไม่ได้ถามอะไรกันมาก แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็รู้ ^-^

 

 

จากหนึ่งเพลง เป็นสองเพลง



จากสองเพลงเป็นสิบเพลง …….สงสัยรถจะติด

 

 

 

จากสิบเพลงเป็นเกือบยี่สิบเพลง……..เกิดอุบัติเหตุอะไรรึป่าวนะ คิดได้ดังนั้นมือเรียวจึงรีบกดโทรศัพท์หาทันที แต่ไม่มีสัญญาณตอบรับ แบตฯหมดรึป่าวนะ

 

อืม รออีกสักนิดแล้วกัน

 

 

ยังไม่มาเลย  จะตีสามแล้วนะ ชักเริ่มเป็นห่วงแล้วสิ ทำยังไงดี  กดโทรศัพท์หาน้องชายที่รักอย่างร้อนรน

 

 

ฮัลโหลครับ  อ้าวพี่ ยังไม่กลับอีกเหรอฟังจากน้ำเสียงฮยอกแจคงนอนไปแล้ว

คือมีปัญหานิดหน่อยน่ะ คังอินกลับบ้านรึยังในใจได้แต่ภาวนาขอให้คนตัวโตกลับถึงบ้านแล้วอย่างปลอดภัยด้วยเถอะนะ

เดี๋ยวนะพี่  อืม ยังนะพี่ รึว่าพี่คังอินยังไม่ไปรับพี่อีกเหรอคิ้วเริ่มขมวด นี่มันผ่านมาตั้งหลายชั่วโมงแล้วนะ ทำไมปล่อยให้พี่ทึกรอนานขนาดนี้นะ

สงสัยจะติดธุระด่วนมั้ง ไม่เป็นไรๆ แค่เล็กน้อย เดี๋ยวพี่กลับเองได้นะ นั่นสิ แค่นี้มันเล็กน้อย แต่เรื่องใหญ่อยู่ที่คังอินอยู่ที่ไหน เกิดอะไรขึ้นรึเปล่า คิดแล้วก็เป็นห่วง

มีอะไรให้ผมช่วยมั้ยพี่ฮยอกแจถามด้วยความเป็นห่วงพี่ชายคนโตของวง

งั้นพอจะรู้มั้ยว่าจะติดต่อคังอินได้ยังไง พี่โทรไปแล้วแต่ติดต่อไม่ได้เลย พี่เริ่มเป็นห่วงแล้วนะน้ำสียงร้อนรนพอจะทำให้ฮยอกแจรู้ดีว่าลีทึกกำลังกังวลมากแค่ไหน

งั้นเอางี้แล้วกัน พี่รีบกลับบ้านมาก่อนดีกว่าแล้วเราค่อยคิดหาวิธีกันนะ ใจเย็นนะพี่ คงไม่มีอะไรหรอกฮยอกแจพยายามปลอบลีทึก

แต่ถ้าคังอินมารับ แล้วไม่เจอพี่ล่ะยังไงก็ยังคงเป็นห่วงคังอินอยู่ดี

ถ้าไม่เจอพี่เขาก็กลับบ้านแหละ แต่พี่อะรอมาหลายชั่วโมงแล้วนะกลับมาพักผ่อนเถอะ เผื่อว่าทางนี้จะได้ข่าวด้วยนะพี่ จนแล้วจนรอดกว่าลีทึกจะกลับถึงบ้านก็ปาเข้าไปเกือบๆตีสี่ ก็ยังไม่มีวี่แววของคังอิน

 

 

 

จะให้ข่มตาหลับยังไงไหว เป็นห่วงคนตัวโตจับใจ จนได้ยินเสียงคนโหวกเหวกโวยวายจึงออกไปดู เห็นผู้จัดการกองถ่ายแบกคนตัวโตที่เขาเป็นห่วงอย่างมากมาย เดินทุลักทุเลเข้าบ้านมา

 

ขอโทษทีนะครับที่พากลับมาส่งดึกไปหน่อย คือพอดีทางกองเรามีเลี้ยงพอดีนะครับก็เลยดื่มกันมานิดหน่อยลีทึกรีบเข้าไปช่วยประคองคังอินนอนตรงโซฟา รีบหาผ้ามาเช็ดหน้าเช็ดตัวให้

อย่างนี้มันน่าปล่อยให้นอนตากยุงหน้าบ้านมากกว่านะพี่ ปล่อยให้พี่รอตั้งนานฮยอกแจอดที่จะประชดไม่ได้ พูดจบก็ได้แต่ถอนหายใจ ก็คนที่ต้องการให้ได้ยินมีสติพอที่จะได้ยินที่ไหนล่ะ

ช่างเถอะนะ เรื่องเล็กน้อยเอง โทรศัพท์คงแบตฯหมดน่ะก็เลยไม่ได้โทรบอก ไปนอนเหอะเดี๋ยวพี่ดูเองจะให้โกรธยังไงก็ไม่เคยโกรธคนตัวโตได้ซักที เช็ดตัวให้เสร็จก็เอาผ้ามาห่มให้แล้วตัวเองก็ต้องนอนพักบ้างพรุ่งนี้ยังมีงานรออยู่

 

หลังจากวันนั้นก็ไม่ได้คุยกันอีกเลย บวกกับฮยอกแจคอยกันท่าตลอดเวลาเพราะโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงที่คังอินบอกว่าลืมที่นัดกับลีทึกไว้  จะบอกคังอินว่าลีทึกรอนานมาก ลีทึกก็ได้แต่ส่ายหน้า ช่างมันเหอะ  เฮ้อ ให้มันได้อย่างนี้สิ

 

 

 

 

วันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่ทำงานกันตั้งแต่เช้ายันค่ำ เนื่องจากที่กองถ่ายฯวันนี้ยกเลิกกองคังอินจึงได้พักช่วงเช้า จึงออกจากบ้านช้ากว่าคนอื่นเพื่อตามไปสมทบที่สตูดิโอเพื่อไปขึ้นแสดงสดได้

แต่ก็ยังไม่วายรีบร้อนออกจากบ้านจนไม่ได้กินข้าวที่ลีทึกทำไว้ให้ ที่ตั้งทิ้งไว้ในห้องครัว

เมื่อกลับถึงห้องกันตอนดึกๆก็ต้องรีบเก็บและล้างชามกับข้าวที่ลีทึกทำไว้ เพราะมันบูด ส่งกลิ่นเหม็นออกมาแล้ว ลีทึกทำได้แต่ขอโทษขอโพยน้องๆที่ต้องทนดมกลิ่นเหม็นๆกัน

 

ขณะที่กวาดกับข้าวที่เขาตื่นแต่เช้าขึ้นมาทำ พร้อมรอยยิ้มมีความสุขที่ได้ทำอาหารให้คนที่รักได้กิน

 

เจ็บเมื่อเหลือบไปเห็นโน้ตที่ตัวเองเขียนติดไว้บนตู้เย็น

อย่าลืมกินข้าวด้วยนะ

  เดี๋ยวผอม เป็นห่วง

ทุกถ้อยคำที่เขียนพร้อมรอยยิ้มบางๆ

เจ็บปวด แต่

ไม่เป็นไรหรอกนะ  คงจะรีบจริงๆจนไม่เห็นโน้ตก็ได้  แค่เรื่องเล็กน้อยเอง แล้วก็ได้แต่ยิ้มเศร้าๆให้ตัวเอง

 

ฮยอกแจได้แต่สายหน้า รอยยิ้มตอนทำกับตอนทิ้งช่างแตกต่างกันจริงๆ แล้วก็ได้แต่ถอนหายใจหนักๆ  เนื่องจากตัวต้นเหตุไม่ได้รู้เรื่องด้วยเลยเพราะกลับบ้านดึกกว่าคนอื่นด้วย เฮ้อ

 

 

 

หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น ทุกอย่างยังคงดำเนินไปเหมือนปกติทำงานๆแล้วก็นอนพัก แต่สิ่งที่ไม่ปกตินั้นคือตัวของลีทึกเอง สิ่งเล็กๆน้อยๆต่างๆที่ไม่เคยใส่ใจ เริ่มมีมากขึ้นทับถมให้จิตใจของลีทึกเป็นกังวล และคนที่สังเกตเห็นก็คงหนีไม่พ้นฮยอกแจนั่นเอง

 

ทำไมพี่ไม่ลองคุยกับพี่คังอินดูบ้างล่ะเมื่อทนไม่ไหว เริ่มเป็นห่วงพี่ชายคนโต เขาก็ต้องพูดออกมา

พี่ไม่เป็นไรหรอกนะ แค่เรื่องเล็กน้อยเอง ทำงานก็หนักกันอยู่แล้วอย่าให้มีเรื่องอะไรรบกวนใจเลยนะลีทึกตอบเบาๆ เขาคิดอย่างนั้นจริงๆ

พี่ก็เป็นซะอย่างนี้  ฮยอกแจเองก็รู้ดีว่าคนแก่คนนี้หัวดื้อแค่ไหน เฮ้อ แล้วเมื่อไหร่จะเข้าใจกันล่ะ

 

………………………………………………………………………………….

 

 

วันนี้เหล่าหนุ่มๆต้องขึ้นแสดงสดในรายการเพลงชื่อดัง แต่ลีทึกมีอาการไม่สู้ดีนัก แต่ก็ยังกัดฟันขึ้นแสดงจนจบ

หลังอัดรายการเสร็จ ฮยอกแจก็รีบมาดูอาการลีทึกทันที

พี่เป็นอะไร รึเปล่า ดูสีหน้าพี่ไม่ดีเลย ผมว่าพี่กลับไปนอนพักเหอะนะ เดี๋ยววันนี้ผมไปจัดรายการคนเดียวก็ได้นะ

พี่ไม่เป็นอะไรมากหรอกนะ กินยาเดี๋ยวก็หายแล้วนะ ลีทึกรีบตอบ

เชื่อผมเหอะพี่ ให้พี่คังอินไปส่งแล้วกันนะ เดี๋ยวผมบอกให้พูดจบ ฮยอกแจรีบเดินไปหาคังอินโดยไม่ทันได้ยินเสียงห้ามของลีทึก

 

พี่คังอินครับ พี่คังอินเมื่อไปถึงเป้าหมายฮยอกแจก็เรียกทันที

เดี๋ยวนะ มีอะไรฮยอกแจ พี่กำลังยุ่งอยู่ คังอินหันมาพร้อมโทรศัพท์ในมือ

เอ่อ พี่ลีทึก เขา ..” ยังไม่ทันที่ฮยอกแจจะพูดจบ ลีทึกก็รีบมาดึงฮยอกแจเอาไว้

พี่ไม่เป็นไรจริงๆนะฮยอกแจ  คังอินงานยุ่งด้วย อย่าไปรบกวนเขาเลยฮยอกแจทำหน้ามุ่ยทันที ไม่ยอม ยังไงวันนี้ก็ต้องพูดกันให้รู้เรื่องให้ได้ พี่ลีทึกกำลังไม่สบายอยู่นะ  หลายครั้งจนเกินไปแล้ว

พี่คังอิน พี่ลีทึกไม่สบายนะฮยอกแจตะโกนออกไป ทำให้คังอินหันควับมาทันที

เอ่อ สักครู่นะครับๆเดี๋ยวผมจะรีบไปครับหลังจากวางหู คังอินก็หันมาถามลีทึกทันที

พี่เป็นอะไร ไม่สบายตรงไหนลีทึกได้แต่ยิ้มหน้าเจื่อนๆ เห็นฮยอกแจยิ้มล้อเลียนอยู่

พี่ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกนะ กินยาเดี๋ยวก็หายแล้วลีทึกรีบตอบเมื่อเห็นสีหน้าเป็นกังวลของคังอิน แค่คังอินเป็นห่วงเขาก็ดีใจแล้ว

ไม่จริงอะพี่ ผมว่าพี่คังอินไปส่งพี่ลีทึกกลับบ้านดีกว่านะ นะฮยอกแจพูดรบเร้า คังอินที่กำลังทำสีหน้าลังเล

พี่ไม่เป็นไรจริงๆ ฮยอกแจ  เรื่องเล็กน้อยเอง ถือว่าพี่ขอร้องนะ ลีทึกกระซิบฮยอกแจเมื่อเห็นสีหน้าที่เริ่มกังวลของคังอินเพราะรู้ว่าคังอินมีงานจริงๆ ไม่อยากให้คังอินต้องลำบากใจ

 

ได้ยินดังนั้นฮยอกแจก็ทำอะไรไม่ได้อีก ได้แต่มองหน้าลีทึกด้วยความไม่เข้าใจ

 

ผมต้องรีบไปแล้วนะ ผมสัญญา เดี๋ยวผมโทรหาพี่แล้วกัน อย่าลืมกินยานะครับคังอินพูดจบก็รีบเดินจากไป ทิ้งให้ฮยอกแจกับลีทึกมองตามแผ่นหลังกว้างไป

 

นั่นก็เล็กน้อย นี่ก็เล็กน้อย ฮึก ละ แล้วเรื่องไหนที่เป็นเรื่องใหญ่สำหรับพี่ล่ะ อึก ผมไม่เข้าใจเลย ฮึก ฮือ

จู่ๆฮยอกแจก็โพล่งออกมา  แต่ลีทึกได้แต่ยิ้มอย่างเอ็นดู

ขอบใจมากนะที่เป็นห่วงพี่  อ้าวๆ ทำไมน้องชายพี่ขี้แยอย่างนี้ล่ะเนี้ย สงสัยต้องโทรทางไกลให้ใครมาปลอบแล้วมั้งลีทึกได้แต่พูดหยอกให้ฮยอกแจสบายใจ เขาเข้าใจในสิ่งที่ฮยอกแจพูดดี แต่จะทำยังไงได้คังอินงานยุ่งจริงๆ แล้วอีกอย่างคังอินสัญญาแล้วว่าจะโทรมา แค่นี้ก็พอแล้ว

 

ระหว่างจัดรายการอาการของลีทึกแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด เริ่มไอ หน้าเริ่มซีด ทั้งๆที่กินยาไปแล้ว ฮยอกแจได้แต่คอยถามอย่างเป็นห่วง แต่ลีทึก ได้ยิ้มตอบว่าไม่เป็นไร สายตาคอยเอาแต่เหลือบมองโทรศัพท์มือถือแทบจะตลอดเวลา

จนแล้วจนรอด ก็ไม่มีวี่แววว่าจะได้ยินเสียงของคนที่อยากได้ยิน สภาพร่างกายเริ่มไม่ไหว สภาพหัวใจก็เช่นเดียวกัน

 

ทำไมฮยอกแจจะไม่รู้ว่าลีทึกรู้สึกยังไง สายตาที่เหลือบมองโทรศัพท์ตลอดเวลา เขาสงสารพี่ชายคนโตจับใจ ใจอยากจะโทรหาคนต้นเหตุให้รู้เรื่อง แต่ก็ติดที่ลีทึกห้ามไว้ เพราะคังอินกำลังทำงาน

 

เมื่อกลับถึงห้องลีทึกก็ขอนอนพักทันที นอนทั้งๆที่มือยังถือโทรศัพท์อยู่

 

รอ

 

 

 นายสัญญาแล้วนะคังอิน พี่จะรอ

 

 

 

หลับไปทั้งๆที่มือกำโทรศัพท์ไว้แน่น

 

 

หลับไปทั้งน้ำตา

 

……………………………………………………………………………

 

 

วันนี้เป็นวันสำคัญ

สำคัญสำหรับลีทึก แต่ก็เหมือนวันธรรมดาที่เขายังต้องออกไปทำงานตามปกติ อาจจะแตกต่างตรงที่คำทักทายที่ทุกคนทักทายเขาไม่เหมือนทุกวัน

 

สุขสันต์วันเกิดนะครับพี่ฮยอกแจ คนแรกที่อวยพรเขา

แล้วก็ตามมาด้วยลิงทั้งฝูง ที่แทบจะรุมทึ้งเขาให้แกะของขวัญที่แต่ละคนให้มา

 

เกือบครบ ขาดแค่คนเดียว คนที่เขาก็ยังไม่เห็นหน้าเลยตั้งแต่เช้า

 

พี่คังอินออกไปถ่ายหนังแต่เช้าครับพี่ ตอนดึกๆคงมีเซอร์ไพรส์นะผมว่าฮยอกแจพูดยิ้มๆ ลีทึกได้แต่ยิ้มตามโดยไม่ได้พูดอะไร เพราะวันเกิดเขาทุกปีก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษอยู่แล้ว แค่คำอวยพรที่ให้เขาก็มีความสุขแล้ว

 

วันนี้ทั้งวันลีทึกรู้สึกมีความสุข แทบจะยิ้มตลอดทั้งวัน จนถูกน้องๆในวงแซวบ่อยๆ

รอนะ อีกหนึ่งคนที่เขาอยากเจอ อยากได้ยิน แค่คิดก็ยิ้มอย่างมีความสุขแล้ว

 

จนจัดรายการใกล้เสร็จก็ยังไม่มีวี่แววของคนที่รอ จนลีทึกเริ่มใจเสีย

ฮยอกแจเองสังเกตเห็น  ได้แต่พูดให้กำลังใจ

เดี๋ยวก็มานะพี่ ขี้คร้านจะจับตัวเองผูกโบมาด้วยนะผมว่า อิ อิลีทึกได้แต่ยิ้มขอบคุณฮยอกแจ นั่นสินะ ทุกปีคังอินไม่เคยลืม แม้ไม่มีอะไรพิเศษแต่เขาก็มีความสุขแล้ว

 

กลับถึงบ้าน คังอินก็ยังไม่กลับ ลีทึกได้แต่นั่งรอ จะโทรไปดีมั้ยนะ จะเที่ยงคืนแล้วนะ

หรือว่าจะลืมจริงๆ  แค่เพียงโทรมาก็ยังดีนะ แค่อยากได้ยินเสียงเท่านั้นเอง 

 

มือกำโทรศัพท์ไว้แน่น

 

รอ

 

รอ

 

 

แล้วก็รอ

 

 

 

นาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืน

สุขสันต์วันเกิดนะ ปาร์คจองซู  นายกำลังทำอะไรอยู่ นายกำลังรอใครอยู่

 

 

 

ฮยอกแจเห็นท่าทางไม่สู้ดีของลีทึก จึงเดินเข้าไปหา

ขอพี่ออกไปเดินสูดอากาศข้างนอกหน่อยนะ 

“เอ่อ งั้นให้ผมไปด้วยนะครับพี่ฮยอกแจเห็นสีหน้าลีทึกแล้ว สงสารจับใจ พี่คังอินไปอยู่ที่ไหนนะ

ไม่เป็นไร ไปนอนเถอะ พรุ่งนี้มีงานแต่เช้านะ ลีทึกได้แต่ยิ้มบางๆ

 ขอให้พี่ได้อยู่คนเดียวนะ ฮยอกแจ พี่อยากอยู่คนเดียว น้องรักของพี่

 

 

 

สองขาทอดยาวช้าๆไปบนถนนเล็กๆ

 

เดินไปเรื่อยๆอย่างไม่มีจุดหมาย 

 

สองขาหยุดลงตรงสวนสาธารณะที่เขาเคยพาคังอินมาวิ่งทุกเช้า เพื่อลดน้ำหนัก

 

สถานที่ทั้งสองมาเดินเล่นกันบ่อยๆเวลาที่มีเรื่องไม่สบายใจ

 

 

และ

 

สถานที่ ที่นายให้คำสัญญา

 

ขอให้ผมเป็นคนที่คอยปกป้องพี่ คอยดูแลพี่ และคอยอยู่เคียงข้างพี่ได้มั้ยครับ

ผมจะไม่ทำให้พี่เสียใจ ผมสัญญา

 

 

สองขาก้าวช้าๆทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ยาวที่เขาสองคนเคยนั่งประจำ

 

 

 

สัญญานะครับ รอผมนะ เดี๋ยวผมไปรับ

ผมจะตื่นขึ้นมาเพื่อกินอาหารฝีมือพี่ทุกเช้าเลย ผมสัญญา

ผมจะโทรหานะ สัญญานะครับ

 

ขอให้ผมเป็นคนที่คอยปกป้องพี่ คอยดูแลพี่ และคอยอยู่เคียงข้างพี่ได้มั้ยครับ

ผมจะไม่ทำให้พี่เสียใจ ผมสัญญา

 

ภาพความทรงจำที่หวนเข้ามาในความคิด ทำให้รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าหวาน

ความสุข ความอบอุ่นในคืนวาน ยังคงอบอุ่นอยู่ในหัวใจ

แต่ทำไมกันนะ ทั้งๆที่ยิ้มแต่น้ำตาถึงไหลออกมา

 

 

คำสัญญาสำหรับนาย คือเรื่องเล็กน้อยรึเปล่า

คำสัญญาสำหรับนาย คือสิ่งสำคัญแค่ไหนกัน

 

 

ไม่ต้องมาดูแล หรือปกป้องก็ได้

ขอแค่อยู่ข้างๆกัน แค่นี้ก็พอแล้ว  พี่ขอแค่นี้ก็พอแล้ว

 

ตอนนี้นายอยู่ที่ไหน คังอิน

 

…………………………………………………………………………..

 

ฮยอกแจได้แต่กระสับกระส่ายเดินไปเดินมาอยู่ในบ้าน จะทำยังไงดี

สุดท้ายจึงตัดสินใจโทรหาคังอิน

พี่คังอินครับ พี่อยู่ที่ไหน ทันทีที่รับสาย ฮยอกแจก็ถามทันที

น้ำเสียงร้อนรน ของฮยอกแจทำให้คังอินรู้สึกแปลกใจ

พี่กำลังรีบกลับ มีอะไรรึเปล่า พี่ทึกหลับรึยัง คังอินตอบพลางเหลือบมองกล่องของขวัญที่วางอยู่ข้างๆคนขับ

กว่าจะทำงานเสร็จ เพราะวันนี้มีอุบัติเหตุในกองถ่ายนิดหน่อยทำให้เลิกช้า ได้แต่หวังว่าลีทึกคงไม่โกรธเพราะเขาทำงานอยู่นะ

มันเลยวันเกิดพี่ทึกไปแล้วนะครับ พี่มัวทำอะไรอยู่ ฮยอกแจเริ่มควบคุมอารมณ์ไม่อยู่เมื่อนึกถึงใบหน้าเปื้อนยิ้มที่เศร้าสร้อยของลีทึก

นี่มันอะไรกัน หะ ฮยอกแจ เป็นอะไร ก็พี่ติดงานอยู่ พี่ลีทึกก็ต้องเข้าใจพี่สิ คังอินเริ่มโมโหบ้าง นี่เขาไปทำงานนะ ควรจะมีเหตุผลบ้างสิ

งานๆๆๆๆ ผมเข้าใจว่างานนะสำคัญ ส่วนเรื่องอื่นสำหรับพี่อาจจะเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย ใช่มั้ยครับ  รู้มั้ยครับพี่ ว่าพี่กำลังทำให้พี่ทึกเสียใจ  คังอินได้แต่นิ่งฟัง ฮยอกแจพรั่งพรูคำพูดที่เขาอยากจะพูดมานานพร้อมน้ำตา

 

ผมสงสารพี่ทึกนะ แต่ ฮึก ผมอยากบอกพี่ อึก ฮือ แต่พี่ทึกก็ห้ามตลอด บอกว่าพี่ทำงานคำสัญญาที่พี่ให้ กลายเป็นสิ่งเล็กๆน้อยๆที่พี่มองข้ามไป แต่ ฮึก พี่รู้รึเปล่า ว่าพี่ทึกเขารอ แม้จะผิดหวัง เสียใจแต่ก็ไม่เคยปริปากบอกใครเลย  

หากพี่ยังเห็นว่าพี่ทึกยังสำคัญ และไม่ใช่สิ่งเล็กน้อยสำหรับชีวิตพี่ ก็ควรบอกพี่ทึกซะ  

 

ทุกคำพูดของฮยอกแจเหมือนเข็มนับพันที่ทิ่มแทงที่หัวใจของคังอิน

 

ใช่ เขาไม่เคยคิดเลย เขาทำอย่างที่ฮยอกแจว่าจริงๆ เขาทำอย่างนั้นจริงๆทำไมกันทั้งๆที่เคยให้สัญญากันไว้ทั้งที่ตั้งใจไว้ว่าจะปกป้อง ดูแล และไม่ทำให้เสียใจ แต่สุดท้าย  

เขา เองที่เป็นคนทำให้ลีทึกต้องเสียใจ

 

เขากลายเป็นคนแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน กลายเป็นคนเห็นแก่ตัวอย่างนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

 

พี่ขอโทษ

คนที่พี่ต้องขอโทษ ไม่ใช่ผม

 

……………………………………………………………………………………………………

 

 

ผมขอโทษ น้ำเสียงที่คุ้นเคย สัมผัสเบาๆที่แตะตรงไหล่บาง ทำให้ใบหน้าเปื้อนน้ำตาเงยหน้าขึ้นมา

สัมผัสอบอุ่นนั้นเปลี่ยนมากอบกุมมือเรียวทั้งสองข้างเอาไว้

ผมขอโทษ ผมขอโทษ ผมผิดสัญญา ผมทำให้พี่เสียใจ คำขอโทษพร้อมน้ำตาของคนตัวโตตรงหน้า แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว สำหรับคนที่รอ

 

ผมไม่เคยนึกเลยว่า เพียงสิ่งเล็กๆน้อยๆที่ผมมองข้ามไป  จะทำให้คนที่ผมรักเสียใจ ขนาดนี้

แต่จากนี้ไป ผมสัญ….” ลีทึกรีบเอามือปิดปากคังอินทันที

 

ไม่ต้องสัญญา แค่เพียงมีนายอยู่ข้างๆพี่ ก็เพียงพอแล้ว ลีทึกพูดพร้อมกุมมือคนตัวโตเอาไว้

 

ผมอยากให้พี่รู้ว่าพี่ไม่ใช่สิ่งเล็กน้อยสำหรับชีวิตผม แต่พี่เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตผม

ขอบคุณนะครับ ที่ยอมให้ผมได้อยู่เคียงข้างพี่

 

ไม่มีคำพูดอื่นใดอีกระหว่างคนทั้งสอง มีเพียงเสียงสะอื้นไห้และอ้อมกอดแสนอบอุ่นให้แก่กันและกัน

 

วันนี้คุณมองข้ามอะไร เล็กๆน้อยๆ รอบตัวคุณไป

อาจทำให้คนที่คุณรักเสียใจทั้งๆที่คุณไม่รู้ตัวก็ได้นะครับ

 

 

 

 

The End........

 

 

 

 

talkๆๆๆๆๆๆ ปิดเรื่อง

 

แหะ แหะ

 

ตอนแรกกะว่าจะจบเศร้า แต่วันเกิดทึกอะ ก็อยากให้มีความสุข

อย่าว่าหมีไม่ดีเลยนะคะ

 

เพราะบางที คนที่อยู่ใกล้กันจนเกินไป อาจจะมองข้ามสิ่งเล็กๆน้อยๆของกันและกันไปก็ได้นะ

อันนี้ประสบการณ์ตรง เหอ เหอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

หนุกมากเลยค่ะ

รักคังทึกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

#4 By umoon (115.67.86.95) on 2009-10-16 13:34

ย๊ากกก

อยากชักปีนออกมายิงพี่หมีทิ้งจิงๆ
(แต่กลัวพี่ทึกเสียใจ)
(ยิงเลยๆ จะได้มีแต่ ทึกซิน ฮ่าๆๆ)


สงสารพี่ทึกอ่ะ
พี่หมีใจร้าย
แต่ก็จิงนะ เรื่องเล็กน้อยสำหรับเรา อาจเป็นเรื่องใหญ่สำหรับอีกคน
ฉะนั้น เราไม่ควรมองข้ามสักเรื่อง



ขอบคุณสำหรับฟิคสนุกๆนะคะ

#3 By tukie~~ on 2009-09-27 23:38

ซึ้งอ่ะ

อ่านแล้วแทบร้องไห้

#2 By (58.8.88.33) on 2008-07-01 19:51

สงสารทึกอะ แต่จบสวยค่ะ ชอบๆๆ

ขอบคุณนะคะที่แต่งให้อ่าน


(Happy Birthday ทึกกี้ฮยอง)big smile big smile

#1 By (58.9.80.101) on 2008-06-30 14:05